UBS: Ultra Business Solution

AEC: ตลาดและฐานการผลิตเดียว…โอกาสของธุรกิจไทย

ธุรกิจไทยจำเป็นต้องพร้อมทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ สำหรับการเป็น “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC)” ในปี 2558 ซึ่ง AEC ก็คือประเทศ อาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ที่ได้มีการขยาย ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในวงกว้างขึ้น จากเดิมที่เน้นการเชื่อมโยง ความสัมพันธ์ทางการค้า ภายใต้ เขตการค้าเสรี อาเซียนหรือ อาฟตา (AFTA) ด้านเดียว แต่ด้วยภาวะการแข่งขัน และกระแส การรวมกลุ่ม เศรษฐกิจ ในภูมิภาคต่างๆ ที่รุนแรงขึ้น ทำให้ประเทศอาเซียน ได้พยายามสร้าง ความเป็นปึกแผ่น ทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาค อันจะช่วยเพิ่มบทบาท และอำนาจต่อรองของอาเซียน ในเวทีเศรษฐกิจโลกมากขึ้น จึงเป็นที่มาของการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ขึ้น ซึ่งไม่ใช่เพียง การเปิดเสรีการค้า อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการเปิดเสรีการค้าบริการ การเปิดเสรีการลงทุน การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือ และการเคลื่อนย้ายเงินทุนเสรียิ่งขึ้น อันจะเอื้อให้ประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศกลายเป็น “ตลาดและฐานการผลิตเดียว” นั่นคือ ในการก้าวสู่ AEC ธุรกิจไทยก็มีโอกาส ที่จะก้าวออกไป ขยายการค้าการบริการและการลงทุนในตลาดอาเซียนได้ เสรียิ่งขึ้น ภายใต้ข้อจำกัด และอุปสรรคที่ลดลง แต่ขณะเดียวกัน ธุรกิจ SMEs ไทยที่มุ่งเน้นทำธุรกิจภายในประเทศเป็นหลัก ก็อาจต้องเผชิญ กับการแข่งขัน ที่รุนแรงขึ้น ทั้งจากคู่แข่งในประเทศที่พยายามรักษาส่วนแบ่งในตลาด และยังต้องเผชิญคู่แข่ง จากธุรกิจชาต ิอาเซียนอื่นๆ ที่มีแนวโน้มเข้ามาแข่งขัน ในตลาดภายในประเทศมากขึ้นด้วย ดังนั้น ธุรกิจไทยควรที่จะศึกษา และทำความรู้จัก AEC ให้เข้าใจและทราบถึงโอกาสและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อประโยชน์ ต่อการวางแผน และปรับกลยุทธ์รองรับ และมองหาจุดยืนของธุรกิจเมื่อเข้าสู่การเป็น ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มตัว

• AEC กับเป้าหมายการเป็น “ตลาดและฐานการผลิตเดียว”

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC เป็นหนึ่งในเสาหลักของประชาคมอาเซียน ซึ่งมีเป้าหมายที่จะเสริมสร้าง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของประเทศอาเซียนให้ เป็นปึกแผ่นยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายหลัก 4 ประการ 1) การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว 2) การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน 3) การพัฒนาเศรษฐกิจ อย่างเสมอภาค และ 4) การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกอาเซียนตั้งเป้าจะก้าวสู่การเป็น AEC ภายในปี 2558 อันจะทำให้เกิดตลาดเดียวที่มีขนาดใหญ่ด้วยประชากรราว 580 ล้านคน และมีขนาด เศรษฐกิจ เป็นมูลค่ารวมกันถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (มากกว่า 5 เท่าของขนาดเศรษฐกิจไทย)

ทั้งนี้ เป้าหมาย“การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว” นับเป็นเป้าหมายหลักของ AEC ที่มีกลไกขับเคลื่อนชัดเจน 5 ด้าน คือ การเคลื่อนย้ายสินค้าเสรี การเคลื่อนย้ายบริการเสรี การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรี การเปิดเสรี การลงทุน และการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่เสรียิ่งขึ้น ซึ่งมีนัยทั้งเป็นโอกาสและผลกระทบต่อธุรกิจ ไทย

 

โอกาส
• ส่งออกไปตลาดอาเซียนเพิ่มขึ้น: ภาษีนำเข้าในกรอบอาเซียนที่ลดลง ช่วยสร้างความได้เปรียบด้านราคาของสินค้าไทยเทียบกับสินค้านอกกลุ่มอาเซียน ทำให้มีส่วนเอื้อให้ SMEs ไทยสามารถขยายการส่งออกสินค้าในตลาดอาเซียนได้เพิ่มขึ้น
• ต้นทุนด้านภาษีนำเข้าต่ำลง: ผู้ประกอบการมีต้นทุนการนำเข้าสินค้าจากประเทศอาเซียนด้วยกันต่ำลง ซึ่งช่วยเพิ่มส่วนต่างกำไรแก่ธุรกิจ SMEs ไทย
• ช่วยเพิ่มศักยภาพในการจัดหาวัตถุดิบ: ผู้ประกอบการ SMEs มีโอกาสนำเข้าวัตถุดิบจากแหล่งวัตถุดิบที่มีคุณภาพเหมาะกับความต้องการ และเติมเต็มห่วงโซ่การผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ การนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและทรัพยากรธรรมชาติจากกลุ่มประเทศ CLMV การนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมขั้นกลางและสินค้าทุนจากเวียดนาม รวมถึงการนำเข้าสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงจากสิงคโปร์และมาเลเซีย เป็นต้น


• สาขาท่องเที่ยวและสุขภาพของ SMEs ไทยมีโอกาสสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวอาเซียนที่เดินทางเข้ามาในไทย:

ประเทศ ไทยนับว่ามีจุดแข็งโดดเด่นในด้านความหลากหลายและความสวยงามของแหล่งท่อง เที่ยว รวมถึงคนไทยเองก็มีความเป็นมิตรไมตรีและยินดีให้บริการ (Service Mind) ที่สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติค่อนข้างมาก นอกจากนี้ บริการด้านสุขภาพทั้งสาขาบริการทางการแพทย์ และบริการสุขภาพอื่นๆ เช่น นวดแผนไทย สปา การดูแล ผู้สูงอายุ และบริการด้านความงาม ก็ได้รับการยอมรับในระดับสากล อีกทั้งค่าบริการก็ไม่สูงนักเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในอาเซียนอย่างเช่น สิงคโปร์
• มีโอกาสขยายพันธมิตรทางธุรกิจกับต่างชาติมากขึ้น: ธุรกิจ SMEs ไทยซึ่งส่วนใหญ่มีข้อจำกัดด้านเงินทุนและการให้บริการที่ครบวงจร อาจได้รับประโยชน์จากการเปิดเสรีในแง่ของการจับมือทางธุรกิจกับพันธมิตรต่าง ชาติที่มีความพร้อมในปัจจัยดังกล่าว ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพการให้บริการและเพิ่มโอกาสการขยายกลุ่มลูกค้าตามมา ได้

 

ธุรกิจไทยมีโอกาสจ้างแรงงานต่างชาติที่มีคุณสมบัติตามต้องการได้สะดวกขึ้น:

 แรงงานต่างชาติในบางวิชาชีพอาจมีคุณสมบัติรองรับความต้องการของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• แรงงานวิชาชีพไทยอาจได้รับแรงกระตุ้นให้มีการพัฒนาคุณภาพแรงงานและมาตรฐานมากยิ่งขึ้น: การ เปิดเสรีแรงงานย่อมเอื้อให้มีแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในไทยมากขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นแรงผลักดันให้ตลาดแรงงานภายในประเทศเร่งปรับตัวและพยายามพัฒนา ตนเองเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดการจ้างงานที่ทั้งธุรกิจในประเทศและ ต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย ต้องการแย่งชิงแรงงานคุณภาพไปร่วมงานด้วย

• เอื้อโอกาสการลงทุนโดยตรงระหว่างประเทศอาเซียนด้วยกันเองเพิ่มขึ้น: ธุรกิจ SMEs ไทยอาจมีโอกาสขยายการลงทุนไปประเทศสมาชิกอาเซียนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังเป็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับ SMEs ไทยหลายสาขา โดยเฉพาะสาขาเกษตรและเกษตรแปรรูป รับเหมาก่อสร้าง รวมถึงอุปกรณ์และชิ้นส่วนจักรกลทางการเกษตร ซึ่งผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ในสาขาดังกล่าวมีศักยภาพที่แข็งแกร่ง

 

image 5
image 6
image 7